Notion จากศูนย์ถึงโปร ตอนที่ 3 — Database 101 แถวหนึ่งคือหน้าหนึ่ง

ซีรีส์ "Notion จากศูนย์ถึงโปร" ลงวันละตอนรวม 8 ตอน — ตามอ่านทั้งชุดได้ที่หมวดคู่มือเครื่องมือ

ตอนที่แล้วพูดถึงว่าหลายครั้งที่คนซ้อนหน้าลึกเป็นสิบชั้น สาเหตุจริง ๆ คือยังไม่รู้จักฐานข้อมูล วันนี้มาแก้จุดนั้นกัน เพราะฐานข้อมูลคือฟีเจอร์ที่ทำให้ Notion ต่างจากสมุดโน้ตทุกเล่มที่เคยใช้มา

ต่างจากตารางธรรมดายังไง

ตารางใน Word หรือ Excel เก็บได้แค่ตัวหนังสือในแต่ละช่อง คลิกแล้วก็ได้แค่แก้ข้อความ แต่ฐานข้อมูลของ Notion ทำงานคนละแบบ: ทุกแถวคือหน้าหนึ่งหน้าที่เปิดออกมาได้เต็มจอ ข้างในหน้านั้นใส่ block อะไรก็ได้ ย่อหน้า รูป checklist ตารางย่อย หรือแม้แต่ฐานข้อมูลซ้อนอีกชั้น

ลองนึกภาพรายการงานหนึ่งแถวชื่อ "ทำสไลด์นำเสนอ" ในตารางธรรมดา แถวนั้นจบแค่ชื่อกับวันที่ครบกำหนด แต่ในฐานข้อมูล Notion คลิกเข้าไปแล้วเจอหน้าเต็มที่ใส่ draft สไลด์ ลิงก์อ้างอิง โน้ตประชุมที่เกี่ยวข้อง ทุกอย่างอยู่ในที่เดียวกับงานนั้นเอง ไม่ต้องสลับไปมาระหว่างไฟล์สิบไฟล์

สร้างฐานข้อมูลแรก: รายการงาน

พิมพ์ /table แล้วเลือก "Table - Full page" จะได้ฐานข้อมูลเปล่าหนึ่งอัน ตั้งชื่อ "งาน" คอลัมน์แรกที่มีอยู่แล้วคือชื่อรายการ ซึ่งเป็นคอลัมน์พิเศษเสมอเพราะมันคือชื่อหน้าที่จะเปิดออกมา

จากนั้นเพิ่มคอลัมน์ (เรียกว่า property) ทีละอันตามที่ใช้จริง กด + ท้ายแถวหัวตาราง เลือกชนิดของ property นั้น เมนูอาจย้ายที่ตามเวอร์ชัน แต่ชื่อฟีเจอร์คงเดิม

Property แต่ละชนิด เลือกใช้เมื่อไร

  • Text — ข้อความอิสระ ใช้กับอะไรที่ไม่มีรูปแบบตายตัว เช่นโน้ตสั้น ๆ ประกอบงาน
  • Select — เลือกได้ค่าเดียวจากตัวเลือกที่กำหนดไว้ เหมาะกับสถานะที่ไม่ทับซ้อนกัน เช่น "ยังไม่เริ่ม / กำลังทำ / เสร็จแล้ว"
  • Multi-select — เลือกได้หลายค่าพร้อมกัน ใช้กับแท็กที่งานหนึ่งชิ้นอาจติดได้หลายป้าย เช่นหมวดหมู่หรือทีมที่เกี่ยวข้อง
  • Date — วันเดียวหรือช่วงวันก็ได้ ใช้กับกำหนดส่งหรือวันเริ่มงาน
  • Checkbox — ใช่หรือไม่ใช่ ไม่มีตรงกลาง เหมาะกับ "เสร็จหรือยัง" แบบง่ายที่สุด
  • Number — ตัวเลขล้วน ใช้กับปริมาณ งบประมาณ หรือลำดับความสำคัญที่เป็นตัวเลข
  • Person — ผูกกับสมาชิกใน workspace ใช้เมื่อทำงานร่วมกับคนอื่นและต้องรู้ว่าใครรับผิดชอบ
  • URL — ลิงก์ที่คลิกแล้วเปิดตรง ๆ ใช้เก็บอ้างอิงถึงเอกสารหรือหน้าเว็บภายนอก

หลักในการเลือกไม่ซับซ้อน: ถามว่าข้อมูลนี้จะถูกใช้กรองหรือจัดกลุ่มไหม ถ้าใช่ ให้เป็น select หรือ multi-select ไม่ใช่ text เพราะ text กรองได้แค่ค้นหาคำ ส่วน select กับ multi-select กรองและจัดกลุ่มได้ทันที ความต่างนี้จะเห็นชัดมากในตอนที่ 4 เรื่อง views

Full-page กับ Inline ต่างกันตรงไหน

ตอนสร้างฐานข้อมูลมีสองแบบให้เลือก Full page คือฐานข้อมูลที่ครองทั้งหน้า เหมาะเป็นศูนย์กลางเรื่องนั้นจริง ๆ เช่นฐานข้อมูลงานที่เพิ่งสร้าง ส่วน Inline คือฐานข้อมูลที่แทรกอยู่กลางหน้าอื่น มีเนื้อหาอื่นอยู่ด้านบนด้านล่างได้ เหมาะกับตอนที่ต้องการตารางเล็ก ๆ ประกอบเนื้อหา เช่นตารางเปรียบเทียบในหน้าโน้ตหนึ่งหน้า ไม่ต้องแยกเป็นฐานข้อมูลเต็มหน้าให้เกินความจำเป็น

กฎง่าย ๆ คือถ้าฐานข้อมูลนั้นจะมีแถวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไปเรื่อย ๆ ให้เป็น full page ถ้าเป็นแค่ตารางประกอบข้อมูลที่นิ่งแล้ว inline พอ

แบบฝึกหัด: เปลี่ยน to-do list เป็นฐานข้อมูลงาน

หน้า "วันนี้" จากตอนที่ 1 มี to-do list ธรรมดาสามข้อ ลองแปลงมันเป็นฐานข้อมูลจริง

  1. สร้างฐานข้อมูล full page ชื่อ "งาน" ตามที่อธิบายไปข้างบน
  2. เพิ่ม property "สถานะ" ชนิด select มีค่า "ยังไม่เริ่ม" "กำลังทำ" "เสร็จแล้ว"
  3. เพิ่ม property "กำหนดส่ง" ชนิด date
  4. เพิ่ม property "หมวด" ชนิด multi-select ใส่ค่าตามหมวดจากตอนที่ 2 เช่น "งาน" "ชีวิต"
  5. ย้ายงานสามข้อจาก to-do list เดิมมาเป็นสามแถวในฐานข้อมูลใหม่ ใส่สถานะกับวันให้ครบ
  6. คลิกเข้าไปในแถวหนึ่งแถว ลองพิมพ์โน้ตเพิ่มข้างในหน้านั้น สังเกตว่ามันคือหน้าเต็มจริง ๆ ไม่ใช่แค่ช่องข้อความ

ทำครบหกข้อนี้แล้วสิ่งที่เคยเป็นรายการติ๊กธรรมดาจะกลายเป็นฐานข้อมูลที่พร้อมต่อยอด ตอนหน้าจะเอาฐานข้อมูลเดียวกันนี้มาดูหลายมุมมองในคราวเดียว โดยไม่ต้องสร้างตารางซ้ำเลยสักตาราง

พรุ่งนี้ ตอนที่ 4: ข้อมูลชุดเดียวกัน มองเป็น table ก็ได้ เป็นบอร์ดแบบ kanban ก็ได้ เป็นปฏิทินก็ได้ — เรียนรู้ views ที่ทำให้ฐานข้อมูลเดียวใช้ตอบได้ทุกคำถาม